ไม้MDF และไม้ปาติเกิ้ล

ไม้MDF และไม้ปาติเกิ้ล

ความแตกต่างระหว่างไม้MDFและปาติเกิ้ลอยู่ที่ความละเอียดของชิปไม้

ไม้MDF และไม้ปาติเกิ้ล

ไม้MDF และไม้ปาติเกิ้ล เป็นไม้ที่นิยมใช้ในงานเฟอร์นิเจอร์เนื่องจากสามารถนำมาตัดพ่นสีและอื่นๆในงานเฟอร์นิเจอร์ได้ไม่ยากและงานออกมาสวยงาม

ไม้MDF และไม้ปาติเกิ้ล
ความแตกต่างระหว่างไม้MDFและปาติเกิ้ลอยู่ที่ความละเอียดของชิปไม้

ไม้MDFและไม้ปาติเกิ้ล เป็นไม้อัดที่นำมาใช้งานแทนไม้อัดยางที่ได้เคยกล่าวไปแล้วในบทความที่แล้ว(อ่านบทความนี้ คลิก ) ซึ่งการนำมาใช้งานแทนก็เพื่อการลดต้นทุนในการผลิตได้เนื่องจากไม้อัดยางมีราคาสูงกว่ามาก และสามารถนำเศษไม้ที่ไม่ได้ใช้งานหรือใช้งานไม่ได้แล้วกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง ซึ่งการรีไซเคิลนำกลับมาใช้งานได้ใหม่เป็นไม้MDFและPBปาติเกิ้ล นี้ก็ช่วยลดปริมาณเศษไม้ที่เหลือใช้ได้อย่างดีเลยทีเดียว

ไม้MDF และไม้ปาติเกิ้ล
เศษไม้เหลือใช้จากงานผลิต

Pattical Board (PB)หรือไม้ปาติเกิ้ล เป็นไม้อัดขนาดเดียวกับไม้อัดยางคือมีขนาดกว้าง123xยาว245cm. เป็นไม้อัดที่ผลิตมาจากชิปไม้หรือเศษไม้นำมาบดให้มีขนาดเล็กลงผสมกับกาวลาแท็กซ์เฉพาะและนำเข้าเครื่องอัดให้ได้ความหนาตามความต้องการ โดยความหนาแน่นของไม้อัดแต่ละแผ่นจะถูกตั้งค่าไว้ด้วยเครื่องว่าต้องการให้ไม้แต่ละขนาดใช้เศษไม้จำนวนกี่KG. ก่อนจะนำเข้าเครื่องกดทับ โดยถ้ายิ่งมีน้ำหนักมากก็ยิ่งแน่น ไม้ก็จะแข็งแรง ตัวอย่างของขนาดที่นิยมนำมาใช้ในงานเฟอร์คือขนาดความหนา15mm. มีน้ำหนักมาตราฐานอยู่ที่แผ่นละ25Kg. ถ้าน้ำหนักต่ำกว่านี้ก็จะมีความหนาแน่นต่ำเป็นต้น และข้อเสียที่ต่างจากไม้อัดยางคือเมื่อโดนน้ำแล้วไม้จะบวมใช้งานไม่ได้

ไม้MDF และไม้ปาติเกิ้ล
ไม้ Partical Board
ไม้MDF และไม้ปาติเกิ้ล
ไม้พาร์ทิเคิ้ลที่ผลิตเสร็จแล้วจะมัดเป็นตั้งๆทเตรียมส่งเข้าโรงงานผลิตไม้ปิดผิวต่อไป

โดยไม้PBนี้มีความหนาตั้งแต่ 9mm,12mm,15mm,19mm,25mmและ30mm. ส่วนการนำมาใช้งานนั้น จะสามารถนำมาใช้งานได้โดยแบ่งเป็น3ประเภทด้วยกันคือ

1 นำไปปิดผิวด้วยกระดาษลายไม้ (Paper Foil) เป็นการนำไม้อัดPBมาปิดผิวลายไม้โทนสีต่างๆในขนาด15mm. ทั้ง2หน้า ส่วนใหญ่ใช้กระดาษขนาดความหนา35Gram และ45Gramสำหรับงานพิเศษ ที่ต้องการความเรียบมากกว่าปรกติ แล้วจึงนำไปผลิตเป็นเฟอร์นิเจอร์น็อกดาวน์เกรดล่าง เนื่องจากการปิดผิวด้วยกระดาษนั้นจะไม่คงทนต่อความชื้นและน้ำ จึงนำมาทำเป็นท็อบเคาร์เตอร์หรืออื่นๆไม่ได้เนื่องจากผิวหน้าจะบวมได้ง่ายกว่าผิวชนิดอื่น

ไม้MDF และไม้ปาติเกิ้ล
Foil กระดาษที่ใช้จะมีตั้งแต่ 35G , 45G ขึ้นไป
ไม้MDF และไม้ปาติเกิ้ล
ไม้ปาติเกิ้ลเคลือบ Foil กระดาษ

2 นำไปอัดเคลือบด้วยผิวเมลามีน เป็นการนำไม้PB ไปเคลือบผิวหน้าเมลามีนลายไม้ซึ่งผิวชนิดนี้มีความความแข็งแรงและคงทนมาก สามารถทนความร้อนของไอน้ำ กันน้ำได้ และความร้อนของก้นบุหรี่ได้ จึงนิยมนำมาใช้ในเฟอร์นิเจอร์สำนักงาน ที่สามารถทนต่อการใช้งานหนักในออฟฟิสได้ เช่นทนรอยคัตเตอร์ ความร้อนแก้วกาแฟ กันน้ำหก และทนสารเคมีประเภททินเนอร์ได้

ไม้MDF และไม้ปาติเกิ้ล
ไม้ปาติเกิ้ลเคลือบเมลามีน
ไม้MDF และไม้ปาติเกิ้ล
โต๊ะทำงานไม้เมลามีน

3 นำไปประกอบโครงต่างๆก่อนปิดผิวด้วยแผ่นลาบิเนท ซึ่งทำให้ต้นทุนต่ำสำหรับงานโครงแต่ไม่สามารถรับน้ำหนักได้ เนื่องจากไม่มีความแข็งแรงเท่ากับไม้อัดยาง

MDF (Medium-Density Fiberboard) เป็นไม้อัดที่มีความหนาแน่นมากกว่าPB แต่ก็ยังไม่แน่นและแข็งแรงเท่าไม้อัดยาง เราถึงได้เรียกว่าความหนาแน่นปานกลางตามการแปลตามตัวอักษร ไม้MDF มีกระบวนการผลิตและใช้งานเหมื่อนกับไม้PBทุกประการ แต่แข็งแรงกว่าเนื่องจากชิปไม้มีขนาดเล็กกว่ามากเพราะนำเศษไม้ไปอัดป่นเป็นชิ้นเล็กๆก่อนการผสมกาวและนำไปอัดเป็นแผ่นตามความหนาที่ต้องการ โดยตัวอย่างของไม้ MDF 16mm. จะมีน้ำหนักอยู่ที่แผ่นละประมาณ30KG.ซึ่งมากกว่าไม้PBอยู่มากพอควร ซึ่งความหนาแน่นของไม้MDFนี้ ทำให้สามารถนำมาผลิตในขนาดบางได้ ซึ่งไม้PBไม่สามารถนำมาผลิตในขนาดบางกว่า9mm.ได้ เนื่องจากไม้จะหัก จึงทำให้ไม้MDfนี้ มีขนาดความหนาเริ่มต้นตั้งแต่ 2.5mm,4mm,5.5mm,9mm,12mm,16mm,18mm,19mm,22mm,25mm,28mmและ30mm. ซึ่งการผลิตเฟอร์นิเจอร์น็อกดาวน์เกรดล่างที่ตัวตู้ทำจากไม้PBหนา15mm. แต่แผ่นหลังจำเป็นต้องไช้ไม้MDFเนื่องจากไม้PBไม่มีขนาด2.5mm. ไม้MDFนี้จึงช่วยลดต้นทุนจากการใช้ไม้อัดยางได้เป็นอย่างดี การนำไม้MDFมาใช้ในงานเฟอร์นิเจอร์นั้นคุณภาพเป็นเช่นเดียวกับการนำไม้PBมาใช้งานทุกประการ เพียงแต่ไม้MDFมีความหนาแน่นกว่าและมีราคาสูงกว่าตามคุณภาพที่เพิ่มขึ้นจากไม้PBเท่านั้นเอง

ไม้MDF และไม้ปาติเกิ้ล
ไม้MDFในขนาดต่างๆ
ไม้MDF และไม้ปาติเกิ้ล
ไม้ MDF ขนาด 15mm.
ไม้MDF และไม้ปาติเกิ้ล
ไม้MDFขนาดต่างๆ
ไม้MDF และไม้ปาติเกิ้ล
ไม้MDfเมลามีน
ไม้MDF และไม้ปาติเกิ้ล
ไม้MDFเมลามีน

ซึ่งข้อแตกต่างอีกหนึ่งข้อของไม้MDFนั้น มีข้อดีตรงที่มีผิวหน้าที่มีความละเอียดมากจึงสามารถนำมาใช้งานในงานพ่นสีได้ ซึ่งการพ่นสีของไม้MDFจะได้คุณภาพงานที่ดีกว่าไม้อัดยางเนื่องจากผิวหน้าที่มีความละเอียด จึงทำให้ไม้MDFเป็นที่นิยมอย่างมากในการนำมาพ่นสีเป็นในงานตกแต่งภายในเนื่องจากคุณภาพงานที่ได้จะดีกว่ามากนั่นเอง

ไม้MDF และไม้ปาติเกิ้ล
การนำไม้MDFมาขัดก่อนพ่นสี
ไม้MDF และไม้ปาติเกิ้ล
ไม้MDFพ่นสี

ท่านคงได้ทราบแล้วถึงความแตกต่างระหว่างไม้PBและMDFแล้ว ส่วนการเลือกใช้จะได้กล่าวในบทความต่อไป ว่าควรเลือกใช้ไม้ประเภทไหน แบบไหน ในงานตกแต่งภายใน

>>อ่านเพิ่มเติมบทความงานพ่นสีงานไม้ได้ที่นี่ คลิก

>>อ่านบทความการเลือกใช้ไม้ในงานเฟอร์นิเจอร์ ตอนที่1ได้ที่นี่ คลิก

บริษัทเรารับออกแบบตกแต่งภายในและรีโนเวทอาคารทุกประเภทด้วยมัณฑนากรและทีมช่างคุณภาพประสบการณ์มากกว่า20ปี โดยท่านสามารถส่งความต้องการมาหาเราได้ตามช่องทางข้างล่างนี้

สนใจติดต่อ งานออกแบบตกแต่งภายในและรีโนเวทอาคาร

        • นัดดูหน้างานได้ที่ 095-864-6299
        • ส่งภาพหน้างานและพูดคุยได้ที่ Line
          เพิ่มเพื่อน
        • Email : mr_sarut@hotmail.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *