ควรเสนอราคาเป็น BOQ

“เราเป็นมากกว่าบริษัทออกแบบก่อสร้างและตกแต่ง เพราะนอกจากเราจะเสนองานออกแบบและตกแต่งแก่ท่านแล้ว เรายังให้ความรู้ถึงขั้นตอนทางการก่อสร้างแก่ท่านควบคู่ไปด้วย เพราะมันคือสิ่งสำคัญเพื่อที่ท่านจะได้รู้ทันถึงขั้นตอนและมาตราฐานที่ดี นั่นก็เพื่อท่านจะได้ผลงานที่ดีกลับคืนสู่งานของท่านนั่นเอง”

BOQ คืออะไร

BOQ คืออะไร

ควรเสนอราคาเป็น BOQ และ BOQ คืออะไร เป็นสิ่งที่หลายท่านยังไม่ทราบถึงความสำคัญ แต่หากท่านได้ทราบแล้ว ท่านจะเข้าใจว่าทำไม BOQ ถึงเป็นมาตราฐานที่วงการก่อสร้างนำมาใช้เป็นตัวกลางในการเสนอราคากัน หรือเพื่อแข่งขันก็ตาม

BOQ คืออะไร BOQ หรือ Bill of Quantities แปลตรงตัวตามคำศัพท์คือ ปริมาณราคาวัสดุ หรือ ปริมาณราคาต่อรายการวัสดุ หมายความว่า การประมาณราคาต่อรายการวัสดุใช้จริง เป็นการประมาณรายการก่อสร้างหรือตกแต่งตามปริมาณการใช้งานจริงเป็นข้อๆอย่างละเอียดแยกวัสดุที่ใช้ต่อ1งานอย่างละเอียด ทั้งรายการวัสดุที่ใช้และจำนวนหน่วย

การใช้BOQในการเสนอราคานั้นเป้นหลักการสากล ซึ่งจะสร้างข้อดีได้ทั้ง2ฝ่าย ทั้งผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้าง ให้การทำงานเป็นไปตามรายละเอียดที่ระบุอยู่ในรายการที่ใช้อ้างอิงได้

1 ในส่วนผู้ว่าจ้าง จะสร้างความเชื่อมั่นได้ว่าการทำงานของผู้รับจ้างนั้นในส่วนวัสดุจะเป็นไปตามรายการที่เสนอราคามา จะไม่สามารถลักไก่หรือใช้วัสดุนอกเหนือจากที่ระบุไว้ไม่ได้ และมีรายการงานที่ทำที่ชัดเจนเพราะBOQจะระบุเป็นข้อๆๆ ไว้อย่างชัดเจน หากผู้รับจ้างไม่ได้ทำงานดังกล่าวก็สามารถนำไปหักเป็นงานลดได้ แต่กลับกันหากไม่มีรายการอยู่ในBOQก้เป้นงานเพิ่มเติมที่ผู้ว่าจ้างจะต้องจ่ายให้กับผู้รับจ้างเช่นกัน แต่อยู่บนความสบายใจทั้ง2ฝ่าย

2 ในส่วนผู้รับจ้าง หรือ ผู้รับเหมา จะทำให้การคำนวณราคาเป็นไปอย่างแม่นยำ ไม่ตกหล่น และควบคุมราคาการทำงานให้อยู่ในกรอบ ไม่ขาดทุนและไม่เข้าเนื้อจากการคำนวณผิดพลาดจนต้องทิ้งงาน เพราะผู้รับเหมาที่ไม่ได้คำนวณราคาไว้เช่นนี้แต่ตีราคาเหมาอย่างเดียว จะเกิดการตกหล่นได้ง่าย และหากสุดท้ายสู้ต้นทุนไม่ไหว ก็จะทิ้งงานไป ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่มักเกิดกับวงการนี้

จากรูปภาพเป็นตัวอย่างการทำBOQ จะเห็นว่ามีการแยกรายละเอียดงานออกอย่างละเอียด ทำให้ผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างทำงานร่วมกันได้อย่างมีเอกสารยืนยัน หมดปัญหาเรื่องการทะเลาะกันเรื่องรายการวัสดุที่ใช้ได้อย่างดีเลยทีเดียว

จากภาพเป็นการระบุรายการวัสดุและค่าแรงรวมถึงปริมาณงานที่ทำ

ในวงการก่อสร้างนั้นการเสนอราคาเป็น BOQ คือมาตราฐานที่นิยมใช้กันตามเหตุผลดังกล่าวข้างต้น แต่อย่างไรก็ดี การทำราคาเป็น BOQนั้น ต้องใช้ทักษะการถอดราคาและวัสดุที่ไม่ง่ายเลย ต้องมีประสบการณ์และความรู้ทางการก่อสร้างที่ดีด้วย ไม่เช่นนั้นจะขาดทุน

ผู้รับเหมามือใหม่ที่ประสบการณ์น้อยมักเสนอราคาBOQที่ไม่ถูกต้องและไม่ครอบคลุม ทำให้การเสนอราคานั้นต่ำกว่าความเป็นจริง ซึ่งข้อดีคือ อาจจะได้งานจากผู้ว่าจ้าง แต่ข้อเสียนั้นมีมากมายจนเป็นจุดด่างจุดดำให้แก่วงการนี้ เพราะการเสนอราคาที่ตกหล่นเรื่องงานไปมากๆ จะทำให้การทำงานทำได้ไม่จบเพราะต้นทุนการทำงานให้มีประสิทธิภาพมีไม่พอ และสุดท้ายเมื่อทำไม่ไหว ก็จะทิ้งงาน เพราะการตีราคาเพียงหัวข้อเดียวไม่สามารถทำงานให้จบและมีประสิทธิภาพได้ จะขอยกตัวอย่างให้ท่านได้เห็นได้อย่างชัดเจน ซึ่งนี่เป็นเรื่องจริงที่เคยเกิดขึ้น(แต่ราคาเสนออาจคลาดเคลื่อนไปบ้างเล็กน้อย)

ผู้ว่าจ้างท่านหนึ่ง ต้องการทาสีผนังอาคารใหม่ด้วยสีขาว ขนาดพื้นที่ 360 ตารางเมตร ซึ่งเป็นผนังที่สีลอกร่อนและเสียหายจากความชื้น จึงให้ผู้รับเหมา3ที่เสนอราคาเพื่อเปรียบเทียบ

ผูัรับเหมาA เสนอราคาตีเหมางานทาสีทั้งหมดนี้ที่ 90,000 บาท

ผู้รับเหมาB เสนอราคาทาสีที่ 120 ตารางเมตรพร้อมทาสีปูนเก่าอีก 90บาทต่อตารางเมตร รวมราคาที่ 75,600 บาท

ผู้รับเหมาC เสนอราคาเป็น BOQ โดยแจงออกเป็นข้อๆ เช่น ใช้สี100ถังของTOAชนิดกึ่งเงา +สีรองพื้นปูนเก่าของTOAอีก100ถัง+ปูนฉาบผิวสกิมผิวบางตราเสืออีก 400 ลูก+ผ้าใบโพรเทคพื้น10ม้วน และคิดค่าแรงอยู่ที่ 250บาทต่อตารางเมตร รวมราคา 112,000 บาท

เมื่อผู้รับเหมาทั้ง3เสนอราคามาให้ เชื่อว่าส่วนใหญ่จะเลือกผู้รับเหมาที่2 เพราะราคาถูกที่สุด และผู้รับเหมาBได้งาน และเบิกเงินล่วงหน้าไป30% ซึ่งเมื่อผู้รับเหมาB เข้าไปทำงานแล้ว ปรากฎว่า มีการขัดลอกผนังเก่าและทาสีรองพื้น และทาสีจริงชนิดด้านยี่ห้อทั่วไป ทาทับลงไปเป็นอันเสร็จและขอส่งงาน ซึ่งก่อนหน้านั้นได้เบิกเงินงวดไปแล้วรวม70% โดยผู้ว่าจ้างเห็นว่าผนังนั้นเป็นคลื่นไม่สวยงามไม่เรียบจากการทาสีและใช้สีคุณภาพไม่ดี จึงขอให้ผู้รับเหมาBแก้งาน ซึ่งการแก้งานที่ถูกต้องคือต้องฉาบสกิมให้ผิวผนังเรียบดีซะก่อนจึงทำการทาสีคุณภาพดี(เนื้อสีมากทากลบและได้สีเต็มแผง)ทับไปได้ พอผู้รับเหมาBเห็นว่าต้องลงทุนซื้อปูนฉาบสกิมอีกกว่า400ลูกและซื้อสีอีกกว่า100ถัง คงขาดทุนแน่นอนและตอนนี้เงินที่เบิกมายังเหลืออีก1หมื่นบาท จึงตัดสินใจทิ้งงาน เพื่อเก็บเงิน1หมื่นบาทไว้ แทนที่จะซื้อของมาแก้งานจนขาดทุน

จะเห็นได้ว่าการเสนอราคาที่ดีนั้นต้องเป็นผู้ที่รู้ขั้นตอนของการทำงานเป็นอย่างดี และตีราคางานจากความเป็นจริงที่งานจะออกมาสภาพดีและส่งงานได้ รวมถึงงานนั้นสร้างความประทับใจให้แก่ผู้ว่าจ้างได้ ซึ่งดูได้จากขั้นตอนการเสนอราคาเป็นสำคัญ บางครั้งผู้ว่าจ้างมีประสบการณ์ทางด้านงานก่อสร้างและตกแต่งน้อย จึงไม่เอะใจ พอเห็นราคาที่ถูกกว่าจึงตัดสินใจเลือก แต่ผลที่ได้กลับไม่คุ้มค่า ต้องเสียทั้งเวลาการหาช่างมาเก็บมาแก้งานและเสียสุขภาพจิตกับปัญหาเหล่านี้

สรุปได้ว่า

ผู้รับเหมาA เสนอราคาคลุมเครือ ไม่รู้ว่าทำงานอะไรบ้าง มีสกิมผนังหรือไม่ มีทาสีรองพื้นหรือเปล่าและใช้สีคุณภาพดีรึเปล่า ไม่มีการแจกแจงให้ชัดเจน การเสนอราคาเช่นนี้ จะมีปัญหาถกเถียงกันถึงคุณภาพงานและวัสดุที่ใช้ได้ในอนาคต

ผู้รับเหมาB เสนอราคาต่ำสุดและได้งาน แต่เสนอราคามาจากประสบการณ์การทำงานที่น้อยและไม่มีมาตราฐาน ไม่รู้ว่าต้องทำงานอย่างไรให้งานออกมาดี และการทำงานให้ออกมาดีนั้นมีขั้นตอนอะไรบ้าง นี่เรียกได้ว่าตกหล่นจากการเสนอราคา รวมถึงคลุมเครือกับยี่ห้อวัสดุที่เลือกใช้ และเกรดของวัสดุนั้น ทำให้มีปัญหาภายหลัง

ผู้รับเหมาC เป็นผู้ที่เสนอราคาที่ชัดเจนและถูกต้องที่สุด เมื่อเสนอราคาแล้วอาจดูว่าราคาCแพงกว่าAและB แต่ราคาCนั้นอยู่บนพื้นฐานที่ถูกต้องและมีคุณภาพงานที่ดี ซึ่งราคาอาจจะไม่ได้แพงเลย แต่ราคาของAและBถูกเกินไปจากการที่ประสบการณ์น้อยต่างหาก

ซึ่งAและB เป็นกลุ่มที่ทำให้ภาพลักษณ์ของวงการก่อสร้างนั้นเสียหาย ทำให้เกิดการทิ้งงานกันเป็นจำนวนมากก็มาจากกลุ่มเหล่านี้ ที่ประสบการณ์น้อยแต่อยากที่จะเหมางาน จึงทำให้ผู้ว่าจ้างต้องปวดหัวกันมาแล้วมากมาย

ท่านเองในฐานะผู้ว่าจ้างหากมีความรู้เพียงพอก็จะเข้าใจงานเป็นอย่างดี และสามารถเลือกผู้รับเหมามืออาชีพมาทำงานให้แก่ท่านได้ ไม่อยากให้ตัดสินใจจากคำว่า”ถูกกว่า” ไม่อยากให้เอาเป็นที่ตั้ง เพราะคำๆนี้จะทำให้ท่านนั้น “เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย” ได้ ซึ่งในบทความต่อๆไปจะเป็นบทความที่เกี่ยวกับขั้นตอนการทำงานที่ถูกต้องตามมาตราฐานทางวิศวกรรมในทุกๆงาน เพื่อให้ท่านได้ทราบถึงขึ้นตอนงานที่ถูกต้อง ท่านจะได้ตัดสินใจงานได้งานขึ้น

สรุปแล้วจะเห็นได้ว่าการทำBOQแทนการทำใบเสนอราคาทั่วๆไป มีข้อดีอยู่ในทุกๆด้านที่ครอบคลุม ซึ่งเหมาะแก่การเสนอราคางานในงานก่อสร้างและตกแต่งภายใน ได้อย่างดี

>>อ่านบทความเกี่ยวกับการตัดสินใจที่จะรีโนเวทบ้านได้ที่นี่ คลิก

“เราเป็นมากกว่าบริษัทออกแบบก่อสร้างและตกแต่ง เพราะนอกจากเราจะเสนองานออกแบบและตกแต่งแก่ท่านแล้ว เรายังให้ความรู้ถึงขั้นตอนทางการก่อสร้างแก่ท่านควบคู่ไปด้วย เพราะมันคือสิ่งสำคัญเพื่อที่ท่านจะได้รู้ทันถึงขั้นตอนและมาตราฐานที่ดี นั่นก็เพื่อท่านจะได้ผลงานที่ดีกลับคืนสู่งานของท่านนั่นเอง” บริษัทเรารับออกแบบตกแต่งภายในร้านอาหารทุกประเภทด้วยมัณฑนากรมืออาชีพและทีมช่างคุณภาพประสบการณ์มากกว่า20ปี โดยท่านสามารถส่งความต้องการมาหาเราได้ตามช่องทางข้างล่างนี้

สนใจติดต่อ งานออกแบบตกแต่งภายในและรีโนเวทอาคาร

        • นัดดูหน้างานได้ที่ 095-864-6299
        • ส่งภาพหน้างานและพูดคุยได้ที่ Line
          เพิ่มเพื่อน
        • Email : thaimawee@hotmail.com
        • ติดตามเพิ่มเติมที่ www.facebook.com/thaimawee

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *