การย้อมสีไม้

การย้อมสีไม้

แลกเกอร์กึ่งเงากึ่งด้าน เมื่อพ่นเสร็จแล้ว

การย้อมสีไม้

การย้อมสีไม้ การย้อมสีไม้มีหลากหลายขั้นตอนและวิธีการ แต่ให้ผลออกมาใกล้เคียงกันขึ้นกับฝีมือของช่างที่ทำการย้อมและพ่นสีว่ามีประสบการณ์มากน้อยแค่ไหน ในบทความนี้จะอธิบายขั้นตอนของการย้อมสีไม้แบบวิธีธรรมชาติและดั่งเดิมที่ให้ผลงานที่สวยงามตามความต้องการได้มากที่สุด

ก่อนอื่นขออธิบายถึงประเภทของสีย้อมไม้ก่อนว่าแบ่งออกอย่างไร โดยบทความนี้จะขออธิบายถึงสีย้อมไม้ภายในสำหรับงานเฟอร์นิเจอร์เท่านั้น ไม่รวมถึงสีย้อมไม้ภายนอกที่ใช้กับอาคาร ซึ่งโดยหลักๆนั้นแบ่งสามารถออกเป็น2ประเภทใหญ่ๆ คือ สีย้อมไม้สำเร็จ และ สีย้อมไม้แบบผสมเอง โดยสีย้อมไม้สำเร็จจะผสมมาแล้วจากโรงงานที่สามารถเปิดฝาแล้วใช้งานได้ทันทีซึ่งมีอยู่หลายเฉดสี มีข้อดีคือสะดวกรวดเร็ว แต่มีข้อเสียคือมีราคาสูงกว่าผสมเองมากและเฉดสีไม่สามารถตอบสนองความต้องการได้ทุกเฉดสี แต่ถ้าเป็นชนิดผสมเองจะมีราคาถูกกว่ามากและผสมสีเองได้ทุกเฉดที่ต้องการ

ตัวอย่างสีย้อมไม้สำเร็จ ที่เปิดฝาแล้วใช้งานได้เทันที สะดวกและรวดเร็ว
ตัวอย่างเฉดสีสำหรับสีย้อมไม้สำเร็จ ที่มีให้เลือกมากมายหลากหลายเฉดสี

สีย้อมไม้แบบผสมเอง จะใช้แม่สีผสมกันเป็นเฉดต่างๆตามความต้องการแล้วจึงทับหน้าด้วยแลกเกอร์ โดยขอแบ่งขั้นตอนการทำงานได้ดังนี้

1ขั้นตอนการเตรียมพื้นผิว โดยสำรวจแผ่นไม้แผ่นงานที่ต้องการนำมาย้อมว่าต้องมีการเก็บงานรอยตะปู ลูกแม็กรอยต่อไม้หรือไม้ และให้ใช้กระดาษทรายขัดไม้เบอร์2 มาขัดให้เรียบลบรอยเสี้ยนรอยนูนต่างๆออกให้เรียบ และจึงขัดหน้าอีกครั้งด้วยกระดาษทรายเบอร์0 เพื่อให้หน้าไม้เรียบเนียนพร้อมสู่ขั้นตอนต่อไป

การขัดกระดาษทรายด้วยเครื่องขัด จะช่วยให้งานเรียบสวยมากกว่าขัดด้วยมือ ซึ่งมีทั้งเครื่องขัดแบบกลมและแบบเหลี่ยม ให้เลือกตามความเหมาะสม

2ขั้นตอนการทาแชล็ค เนื่องจากในเนื้อไม้ที่นำมาย้อมสีนั้นถ้ายังเป็นไม้ที่ไม่เคยผ่านการทำสีมาก่อนย่อมมียางไม้และผิวไม้ยังไม่แข็งพอที่จะทำให้สีย้อมไม้ติดอย่างถาวรได้ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องทำให้ผิวไม้แข็งพอที่ยางไม้จะไม่ซึมออกมาทำให้สีย้อมผิดเพี้ยนและเมื่อย้อมไปแล้วสีย้อมต้องติดอย่างถาวรไม่ซึมลงไปในเนื้อไม้ การทาแชล็คจึงมีความสำคัญเพราะคุณสมบัติของแชล็คนั้นคือทำให้เนื้อไม้แข็งซึ่งส่งผลให้การย้อมสีสามารถย้อมได้เต็มสี คงทน และสวยงามโดยสีไม่เพี้ยนจากที่ตั่งใจไว้ โดยแชล็คนั้นมีทั้งแบบผสมเสร็จสำเร็จรูปพร้อมทาได้ทันที และแบบต้องผสมเองซึ่งมีลักษณะเป็นเม็ดซึ่งต้องผสมในทินเนอร์เฉพาะโดยทิ้งไว้มากกว่า24ชัวโมงถึงจะละลายและใช้งานได้ โดยแบบผสมเองนั้นจะมีประสิทธิภาพที่ดีกว่า แต่ถ้าต้องการสะดวกในปัจจุบันนี้มีแบบผสมสำเร็จพร้อมผสมสีย้อมไม้ในตัว ทำให้การทาแชล็คนั้นสามารถย้อมสีไปได้ในขั้นตอนเดียว แต่สีที่มีให้เลือกไม่มากจึงไม่ค่อยได้รับความนิยม เนื่องจากการผสมเองจะได้เฉดสีที่หลากหลายกว่า และมีทั้งแบบผสมเสร็จแบบใสโดยแบบใสนั้นเหมาะสำหรับการย้อมสีผสมเองได้ในขั้นตอนถัดไป ซึ่งโดยทั่วไปจะมีการทา2เที่ยว เว้นช่วง 20-30นาที ก็เต็มเนื้อไม้

แชล็คแบบใสสำเร็จ เปิดใช้ทาได้ทันที
แชล็คเม็ดที่ต้องผสมกับทินเนอร์โอเชี่ยนเพื่อให้ใช้งานได้
ตัวอย่างแช็คที่เป็นสีย้อมไม้ในตัว เมื่อทาขั้นตอนสุดท้ายแล้ว สามารถพ่นแลกเกอร์ทับได่ทันที
แปรงสำหรับทาแชล็ค ให้การทาได้นุ่มเนียนทั่วถึง ซึมเข้าเนื้อไม้ได้ดี

3ขั้นตอนการตีแป้ง เมื่อแชล็คที่ทาทั้ง2เที่ยวแห้งดีแล้วเราจำเป็นต้องมีการปรับสภาพผิวให้เรียบเนียน เพราะไม้นั้นมีเสี้ยนการขัดด้วยกระดาษทรายไม่สามารถปิดร่องเสี้ยนได้ การลงแป้งหรือตีแป้งนั้นจึงสามารถช่วยให้ผิวหน้าเรียบเนียนได้ ทำให้งานย้อมสีนั้นดูมีคุณค่าและสวยงาม โดยวัสดุที่ใช้นั้นคือ “ดินสอพอง” ผสมด้วยวานิชให้มีความเหนียวพอประมาณแล้วใช้เกรียงปาดลงบนผิวไม้ให้ดินสอพองนั้นอุดเข้าไปในเสี้ยนไม้เพื่อเติมให้ผิวหน้าไม้เต็มเสี้ยน และขั้นตอนนี้จะได้อุดรูตะปู ลูกแม๊กต่างๆรวมถึงรอยต่อต่างให้เรียบเนียนไปในครั้งเดียว และในบางครั้งอาจจะผสมฝุ่นสีลงในดินสอพองให้เป็นสีต่างๆแทนการย้อมในขั้นตอนถัดไปก็ได้เพื่อให้ไม้ออกสีตามต้องการก็สามารถทำได้ในขั้นตอนนี้

การเติมผิวไม้ให้เต็มเสี้ยนด้วยดินสอพองผสมวานิช
การผสมฝุ่นสีลงในดินสอพองเพื่อแทนการย้อมสีในขั้นตอนต่อไป ก็สามารถทำได้ แต่ไม่สามารถใช้แทนการย้อมในเฉดสีเข้มได้
สีฝุ่นที่ใช้ผสมในขั้นตอนการพี้หน้าไม้ด้วยดินสอพอง โดยส่วนมากช่างสีจะใช้ฝุ่น ดำ แดง เหลือง เป็นส่วนใหญ่

4ขั้นตอนการขัดกระดาษทราย ขั้นตอนต่อไปคือการย้อมสีแต่ก่อนการย้อมสีนั้นต้องขัดผิวหน้าให้เรียบเนียนอีกครั้งเพื่อให้ผิวหน้าเรียบเนียนพร้อมที่จะย้อมสีได้ โดยขัดด้วยกระดาษทรายเบอร์0 จนผิวหน้าเรียบเนียนสวยงาม แต่หากยังไม่เต็มเสี้ยนก็ให้พี้อีกครั้งและขัดจนกว่าจะได้ผิวหน้าที่เรียบเนียนตามต้องการ

5ขั้นตอนการย้อมสี เมื่อได้ผิวหน้าที่สวยพร้อมจะย้อมสีแล้ว การย้อมสีโดยวิธีธรรมชาติและดั่งเดิมนั้น นอกจากย้อมด้วยสีย้อมสำเร็จแล้ว จะใช้การผสมสีย้อมจาก “หมึกพิมพ์” ผสมด้วยน้ำมันสน โดยหมึกพิมพ์ที่ใช้จะมี3สีคือ แดง ดำ เหลือง นำมาผสมสีให้ได้ตามต้องการและเจือจางด้วยน้ำมันสน ซึ่งเมื่อได้สีย้อมตามต้องการแล้วใช้เศษผ้าจุ่มลงในสีย้อมแล้วป้ายลงบนผิวไม้ให้ทั่ว ที่ต้องใช้เศษผ้าก็ด้วยความเรียบของเศษผ้าจะทำให้ย้อมสีได้เรียบและไม่เป็นคลื่นเหมือนใช้แปรงทา โดยย้อมจนกว่าจะได้สีที่ต้องการ และทิ้งไว้ให้แห้งประมาณ1ชั่วโมง

หมึกพิมพ์ที่จะใช้ผสมกันให้ได้ตามสีที่ต้องการ
น้ำมันสนที่ใช้เจือจางการผสมสีของหมึกพิมพ์
การย้อมสีไม้

6ขั้นตอนพ่นทับหน้าด้วยแลกเกอร์ เมื่อทำการย้อมสีไม้ได้สีตามต้องการแล้วขั้นตอนถัดไปคือการเพิ่มความเงางามและความแข็งแรงให้กับผิวหน้า ด้วยการพ่นสีทับหน้าด้วยแลกเกอร์ ซึ่งแลกเกอร์นี้มีทั้งแบบด้านและแบบเงา หากเราอยากได้เฟอร์นิเจอร์แบบผิวเรียบด้าน ก็เลือกใช้แลกเกอร์ด้าน อยากได้เงาก็เลือกแบบเงา แต่หากต้องการได้แบบกึ่งเงากึ่งด้านซึ่งได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้ ก็นำแลกเกอร์เงาและด้านมาผสมกัน และพ่นด้วยกาพ่นสี จะได้ผิวหน้าที่สวย และเมื่อแห้งดีแล้วท่านก็จะได้เฟอร์นิเจอร์สีตามความต้องการและเรียบสวยงาม

แลกเกอร์ชนิดเงา
แลกเกอร์ชนิดด้าน
แลกเกอร์กึ่งเงากึ่งด้าน เมื่อพ่นเสร็จแล้ว
การย้อมสีไม้
เลกเกอร์กึ่งเงากึ่งด้าน ซึ่งกำลังเป็นที่ยิยมเนื่องจากไม่เงาและไม่ด้านจนเกินไป

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อท่านได้ เพื่อการเลือกซื้องานเฟอร์นิเจอร์หรืออยากที่จะDIYปรับปรุงเฟอร์นิเจอร์เก่าของท่านให้กลับมาใหม่อย่างสวยงามโดยที่ไม่ต้องซื้อใหม่

>>อ่านเพิ่มเติมบทความงานสีเฟอร์นิเจอร์ได้ที่นี่ คลิก

บริษัทเรารับออกแบบตกแต่งภายในและรีโนเวทอาคารทุกประเภทด้วยมัณฑนากรและทีมช่างคุณภาพประสบการณ์มากกว่า20ปี โดยท่านสามารถส่งความต้องการมาหาเราได้ตามช่องทางข้างล่างนี้

สนใจติดต่อ งานออกแบบตกแต่งภายในและรีโนเวทอาคาร

        • นัดดูหน้างานได้ที่ 095-864-6299
        • ส่งภาพหน้างานและพูดคุยได้ที่ Line
          เพิ่มเพื่อน
        • Email : thaimawee@hotmail.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *